ไปที่ส่วนเนื้อหาหลัก Anchor
Anchor
10 สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือน

สัมผัสความงามธรรมชาติ เฉพาะที่อี๋หลาน

ด้วยฝีมือประติมากรรมการแกะสลักของธรรมชาติที่สร้างสรรค์ทิวทัศน์อันงดงามมากมาย ชวนให้ผู้คนหลงใหล มาท่องเที่ยวที่อี๋หลาน สัมผัสกับทัศนียภาพอันสวยงามที่ยิ่งใหญ่และสงบ จนลืมความสับสนวุ่นวายจากโลกภายนอก เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ท่านไม่ควรพลาด

วนอุทยานเขาไท่ผิงซัน

วนอุทยานเขาไท่ผิงซัน

เขตไท่ผิงซันทั้งหมดประกอบด้วยเขาหนานหู เขาซันซิง และเขาต้าป้าเจียน บนเขาส่วนใหญ่เป็นต้นสนไซเปรสไต้หวัน และสนไซเปรสญี่ปุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 13℃ เขาไท่ผิงซันมักมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลา ทำให้ในสี่ฤดูมีทัศนียภาพที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไป จนได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์บนดิน

วนอุทยานเขาไท่ผิงซันมีเนื้อที่กว้างขวาง ครอบคลุมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวเหรินเจ๋อ หลานไถ ไป๋หลิ่ง เขาไท่ผิงซัน ทะเลสาบชุ่ยฟง น้ำตกซันเตี๋ย นอกจากนี้ยังมีการจัดทำพื้นที่สันทนาการเช่นน้ำพุร้อนจิวจือเจ๋อ เส้นทางเดินป่า และเขตลวกไข่บ่อน้ำพุร้อนเป็นต้น ภายในเขตวนอุทยานยังมีการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ดั้งเดิม เส้นทางที่ใช้ในการลากไม้ ทางรถไฟบนเขาและรถไฟเล็กที่ใช้ในสมัยก่อนไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของทุกปี ใบเมเปิลบนเขาจะเปลี่ยนสีทำให้ภูเขาแลดูเป็นสีแดง ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม ถ่ายรูปที่นี่ และทิวทัศน์อันหลากหลายที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลเช่นการบานของดอกซากุระป่า ดอกเหมย และดอกซากุระขาวบนเขาไท่ผิงซันเป็นต้น ที่ทำให้เขาไท่ผิงซันมีทัศนียภาพแตกต่างกันไปในสี่ฤดู ที่รอคอยการมาเยือนของนักท่องเที่ยว

ศูนย์ศิลปะดั้งเดิมแห่งชาติ

ศูนย์ศิลปะดั้งเดิมแห่งชาติ

เมื่อย่างก้าวเข้าภายในเขตศูนย์ศิลปะดั้งเดิม ราวกับก้าวข้ามเวลาย้อนไปสู่อดีต ถนนที่รายล้อมด้วยกำแพงสีแดงและกระเบื้องสีดำ ผสมผสามรูปแบบสถาปัตยกรรมของถนนโบราณในเมืองต่างๆ ของไต้หวัน สองข้างทางจัดทำเป็นห้องโรงงานต่างๆ ร้านค้าที่มีลักษณะเฉพาะเช่นร้านขายของชำแบบไต้หวันในอดีต ที่นี่ท่านสามารถพบเห็นการปั้นตุ๊กตาจากแป้ง ตังเมกรอบ ของเล่นโบราณ ตุ๊กตาหุ่นเชิดมือ และสิ่งของต่างๆ ที่ทำให้หวนคิดถึงเรื่องราวสนุกสนานในวัยเด็ก

เดินเล่นเหนื่อยแล้ว ยังสามารถแวะนั่งพักชมการแสดงของคณะละคร เคลิบเคลิ้มไปกับการฟังทำนองการร้องบทละครเสียงสูง เพราะศิลปะที่กำลังจะสูญหายเหล่านี้ เป็นการสืบสานทางวัฒนธรรม

นอกจากนี้ ยังสามารถมีกิจกรรมที่น่าสนุกต่างๆ เช่นการทดลองมัดย้อมผ้าด้วยมือ การทำงานไม้ ทำร่มกระดาษเป็นต้น ที่นี่ไม่เพียงแต่มีอาหารบริการและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น ยังสามารถชื่นชมความงามของศิลปะแบบดั้งเดิมผ่านการร่วมกิจกรรมทดลองลงมือทำ การชมการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ และอาคารสิ่งปลูกสร้างแบบโบราณได้ด้วย

ตลาดกลางคืนหลัวตง

ตลาดกลางคืนหลัวตง

เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ตลาดกลางคืนหลัวตง ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความครึกครื้นของผู้คน ตลาดมีขอบเขตกว้างไปถึงถนนหมินเซิง ถนนหมินเฉวียน ถนนกงหยวน และถนนซิงตง ตลาดกลางคืนหลัวตงนอกจากจะมีของกินมากมายแล้วย ยังมีร้านจำหน่ายเสื้อผ้าและรองเท้าราคาถูก และยังเป็นแหล่งจับจ่ายและรับประทานอาหารที่ดีแห่งหนึ่งของเขตตัวเมืองหลัวตง

ตลาดกลางคืนหลัวตงไม่เพียงแต่เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ยังมีอาหารอร่อยจำหน่าย เช่นซุปเนื้อแพะตุ๋นตังกุย ซาละเปาต้นหอมซันซิง ขนมเกาจา ปู่โร่ว หลงฟ่งถุ่ย (ขาหงส์มังกร) และขนมไข่กรอบเป็นต้น มีของกินมากมายจนเลือกไม่ถูก และอาหารอร่อยต่างๆ เหล่านี้เองที่ดึงดูดผู้คนมากมายที่อยู่ใกล้เคียง ตลาดกลางคืนหลัวตงยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์หลานหยาง

พิพิธภัณฑ์หลานหยาง

พิพิธภัณฑ์หลานหยางเป็นอาคารหลังหนึ่งที่พึ่งพาอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ตัวอาคารที่สร้างอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของซากโบราณแนว

ปะการังอูสือกั่ง ที่อนุรักษ์ระบบนิเวศธรรมชาติของป่าชายเลนไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของตัวอาคารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดอี๋หลาน

ตัวอาคารหลักที่หล่อหลอมรูปลักษณ์ของภูเขารูปอีโต้ที่พบเห็นได้ทั่วไปในแถบชายฝั่งทะเลอี๋หลาน และเพื่อแสดงให้เห็นถึงสีสันของท้องนาและธรรมชาติทั้งสี่ฤดูของที่ราบหลานหยาง ด้วยแนวคิดจากท่วงทำนองจากบทเพลงสี่ฤดูของ อันโตนีโอ วีวัลดี ผนังด้านนอกที่ใช้วัสดุหินผิวหยาบ จัดวางเรียงกันเพื่อเลียนแบบลายหินของเขาสันอีโต้ และแสงเงาที่มีสีสันแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาและฤดูกาล

ภายในอาคาร หัวข้อที่จัดแสดงเป็นประจำผสมผสานกับลักษณะเฉพาะของตัวอาคาร จากด้านบนลงสู่ด้านล่าง จัดแบ่งออกเป็นชั้นภูเขา ชั้นที่ราบ ชั้นทะเล ระเบียงเวลา อาศัยการจัดแสดงนิทรรศการเหล่านี้เพื่อแสดงถึงสภาพภูมิประเทศ มนุยศาสตร์ ประวัติศาสตร์และระบบนิเวศทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของอี๋หลาน

จุดชมวิวน้ำตกอู่ฟงฉี

จุดชมวิวน้ำตกอู่ฟงฉี

จุดชมวิวอู่ฟงฉีเป็นหนึ่งในแปดสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของหลานหยาง เพราะมียอดเขาสูงที่โดดเด่น 5 ยอด ที่มีลักษณะคล้ายกับธงที่โบกสะบัด จึงเป็นที่มาของชื่อ “อู่ฟงฉี” ก้าวเดินไปตามบันไดหินสำหรับชมน้ำตก สัมผัสกับสายลมอ่อนๆ และกลิ่นอายจากธรรมชาติ เคล้าคลอด้วยเสียงนกและแมลง น้ำตกอู่ฟงฉีที่มีความยาวทั้งหมด 100 เมตร แบ่งออกเป็นน้ำตกชั้น1 ชั้น 2 และชั้น 3 โดยแต่ละชั้นล้วนมีทัศนียภาพที่สวยงาม

กระแสน้ำที่ไหลเอื่อยในชั้นล่าง ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้ งดงามราวกับแดนสวรรค์ สายน้ำตกที่ไหลลงมาสู่เบื้องล่าง หยาดน้ำที่สาดกระเซ็น ที่ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น

ชะลอฝีเท้า ก้าวเดินอย่างสบายขึ้นไปสู่ด้านบนของน้ำตกทีละขั้นๆ ก็จะได้ยินเสียงน้ำตกแว่วลอยมาพร้อมกับละอองน้ำ หยุดพักชื่นชมกับทัศนียภาพอันสวยงามที่ศาลาอู่ฟง

สวนสาธารณะริมแม่น้ำตงซัน

สวนสาธารณะริมแม่น้ำตงซัน

สวนสาธารณะริมน้ำที่ออกแบบตามหัวข้อแนวคิด “ใกล้สายน้ำ มีความเขียวชอุ่ม” ที่ได้ใช้ประโยชน์จากน่านน้ำที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแม่น้ำตงซัน ที่ทำเป็นพื้นที่เปิดโล่ง เพื่อใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนและนันทนาการ

สวนสาธารณะริมแม่น้ำตงซันตั้งอยู่ในอำเภออู่เจี๋ย จังหวัดอี๋หลาน ภายในสวนแบ่งออกเป็นเขตอนุรักษ์ระบบนิเวศ เขตเล่นน้ำ เขตกิจกรรมนันทนาการ รถบัสลอยน้ำ และโรงละครกลางแจ้งเป็นต้น เป็นสวนสาธารณะริมน้ำกลางแจ้งที่มีความสมบูรณ์ที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือจากสวนสาธารณะ ล่องไปตามแม่น้ำตงซันจนถึงศูนย์ศิลปะดั้งเดิมแห่งชาติ

เส้นทางรถจักรยานที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำตงซันก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ ขี่รถไปตามถนนที่ราบเรียบ ยังสามารถมองเห็นสะพานลี่เจ๋อเจี่ยนสีแดง ใต้ร่มเงาไม้ของสองข้างทาง ชื่นชมความงามที่ชวนหลงใหลของแม่น้ำตงซัน

น้ำพุเย็นซูเอ้า

น้ำพุเย็นซูเอ้า

น้ำพุเย็นซูเอ้าเป็นน้ำพุโซเดียมไบคาร์บอเนตเพียงแห่งเดียวของไต้หวัน มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22℃ เนื่องจากในน้ำพุมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก ทำให้แมลง ปลาและกุ้งที่พลัดหลงเข้ามาในน้ำพุไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ จึงเคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำพุที่มีสารพิษ จนกระทั่งในสมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน Takenaka Sadakage ทหารญี่ปุ่นค้นพบว่าน้ำพุแห่งนี้มีความใสสะอาด เมื่อลองชิมน้ำดูพบว่าน้ำมีรสหวาน จึงพบข้อดีของน้ำพุแห่งนี้

ช่วงวันในฤดูร้อน สองมือที่กวักน้ำสาดกระเซ็นระลอกแล้วระลอกเล่า มองดูหยาดน้ำที่กระจายไปในอากาศ ช่วยคลายความรู้สึกร้อนให้หายไปในพริบตา นอนแช่ในน้ำพุ ราวกับปลาที่ว่ายน้ำไปมา เย็นสบายและรู้สึกผ่อนคลาย สเน่ห์ของน้ำพุเย็นซูเอ้าที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่

น้ำพุร้อนเจียวซี

น้ำพุร้อนเจียวซี

เมื่อหลายหมื่นปีก่อน หลังจากที่ภูเขาไฟปะทุ เหลือลาวาทิ้งไว้บนเปลือกโลก บริเวณที่ราบหลานหยางที่มีฝนตกชุก เมื่อน้ำฝนแทรกซึมเข้าในลาวา อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้น้ำร้อนและเดือด จนเป็นที่มาของน้ำพุร้อนในเขตเจียวซี

บ่อน้ำพุร้อนที่มีไอน้ำลอยปกคลุมไปทั่ว รอบกายอบอวลไปด้วยไอความร้อน ที่ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในหายไปในพริบตา ช่วยให้จิตใจแจ่มใสขึ้น ในฤดูหนาวที่หนาวเย็น มาเที่ยวแช่น้ำพุร้อน ขับไล่ความเหน็บหนาว กลับสู่ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นอีกครั้ง

ตั้งแต่ ค.ศ.2003 เป็นต้นมา มีการจัดกิจกรรม “เทศกาลแช่น้ำพุร้อนอี๋หลาน” ขึ้นในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ทั้งกิจกรรมแช่น้ำพุร้อน และลิ้มลองอาหารอร่อย ในปี 2016 ได้เปลี่ยนชื่อกิจกรรมเป็น “เทศกาลน้ำพุร้อนเจียวซี” ที่บ่งบอกถึงความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำพุร้อนเจียวซี

สวนวัฒนธรรมป่าไม้หลัวตง

สวนวัฒนธรรมป่าไม้หลัวตง

ในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวันนั้นมีพื้นที่กิจการป่าไม้ขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ เขตป่าไม้เขาปาเซียนซัน เขตป่าไม้เขาอาลีซัน และเขตป่าไม้เขาไท่ผิงซัน ไม้ที่ตัดได้จากเขตป่าไม้ไท่ผิงซันคือไม้สนไซเปรสไต้หวันและสนไซเปรสญี่ปุ่น โดยจะถูกส่งลำเลียงมาเก็บไว้ที่บ่อเก็บไม้ที่สำนักงานป่าไม้หลัวตง ต่อมาภายหลังสำนักงานป่าไม้หลัวตงได้ถูกจัดทำเป็นสวนวัฒนธรรมป่าไม้หลัวตงในปัจจุบัน

สวนวัฒนธรรมป่าไม้หลัวตงอยู่ใกลกับตัวเมืองหลัวตง มีการคมนาคมที่สะดวก ภายในสวนมีบ่อเก็บไม้ ทางเดินรถไฟในเขตป่าไม้ สถานีรถไฟจู๋หลิน หัวรถจักรไอน้ำ ป่าไม้ที่เขียวขจีและเส้นทางเดินป่าเป็นต้น จากเครื่องจักรอุปกรณ์และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เหล่านี้ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมป่าไม้ในสมัยนั้น

การพัฒนาของอุตสาหกรรมป่าไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากไม้สนไซเปรสมากมายที่ถูกตัดและส่งมาเก็บไว้ที่บ่อพักไม้ในอดีต จนถึงปัจจุบันที่เหลือแต่บ่อพักไม้ที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง ที่ได้กลายมาเป็นสวรรค์ของหมู่นกและฝูงปลา

ลานจิมมี่ สถานีรถไฟอี๋หลาน

ลานจิมมี่ สถานีรถไฟอี๋หลาน

ลานจิมมี่เดิมทีเป็นเขตบ้านพักเก่าของพนักงานการรถไฟ ต่อมาได้จัดทำเป็นท่ารถบัสที่ใช้วิ่งระหว่างจังหวัด และเนื่องจากอี๋หลานเป็นบ้านเกิดของจิมมี่ เลี่ยว นักเขียนและนักวาดภาพชื่อดังของไต้หวัน จึงจัดทำลานสาธารณะที่มีความเกี่ยวข้องกับจิมมี่ เลี่ยว ขึ้นเป็นแห่งแรกของไต้หวัน ด้วยหัวข้อแนวคิด “ทัศนียภาพในความทรงจำ” และในขณะเดียวกัน ยังคงอนุรักษ์อาคารและต้นไม้เก่าแก่เอาไว้

ที่นี่ ท่านสามารถพบกับพระเอกนางเอกจากเรื่องดวงตะวันส่องฉาย (ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายแลี้ยวขวา) ที่แยกกันเดินไปตามทางของตนเอง หรือเฝ้ารอคอยการมาของรถเมล์ไปพร้อมๆ กับเด็กหนุ่มสาวจากเรื่อง “The Starry Starry Night” และกระเป๋าเดินทางที่เก็บรวบรวมความทรงจำของนักเดินทางจากเรื่อง “ในใจ...ไกลกว่าสายตา” ผลงานศิลปะทุกชิ้นที่จัดแสดงในสวนสาธารณะจิมมี่ ที่สร้างความประทับใจและจินตนาการอย่างไร้ขอบเขตแก่ผู้เยี่ยมชม

Top